เล่าสู่กันฟัง : สโมสรที่ชะตาชีวิตพลิกเป็นดีสุดขั้ว หลังจากเปลี่ยนเจ้าของทีม

‪‎เล่าสู่กันฟัง : สโมสรที่ชะตาชีวิตพลิกเป็นดีสุดขั้ว หลังจากเปลี่ยนเจ้าของทีม

สโมสรที่ชะตาชีวิตพลิกเป็นดีสุดขั้ว หลังจากเปลี่ยนเจ้าของทีม

1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ไม่มีเคสไหน ที่จะชัดเจนได้เท่ากับ แมนฯ ซิตี้ อีกแล้ว สำหรับการโดนเทคโอเวอร์ แล้วกลับกลายมาเป็นการเกิดใหม่ ที่ยิ่งใหญ่แบบสุดๆ โดยในปี 2008 ชีคห์ มันซูร์ และกลุ่มทุนจาก อาบูดาบี เข้ามารับไม้ต่อ จากคนที่คุณก็รู้ว่าใคร ซึ่งจังหวะนี้นี่เอง คือปฐมบทของทีมเรือใบพันล้าน ที่อยู่มาได้อย่างยั้งยืน จวบจนถึงทุกวันนี้ เพราะไม่ว่าใครจะมาเป็นกุนซือก็ตาม ขอเพียงแค่บอกท่านชีคห์ มาว่า นักเตะคนไหนที่จะช่วยพาให้ทีมคว้าแชมป์มาได้ เขาก็จะเจียดเศษเงินที่มี ซื้อนักเตะคนนั้นมาร่วมทีมให้ในทันที ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา ทำไมทีมเรือใบสีฟ้า จึงคว้าแชมป์มาครองได้มากมายถึงขนาดนี้ ซึ่งหากไม่มีอะไรผิดพลาดแล้วหละก็ ในซีซั่น เป๊ป นั้น ก็คงจะพาทีมตราเรือใบ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองได้อย่างแน่นอน แถมนอกจากนี้ พวกเขายังเป็นเต็งหนึ่งในรายการ ยูฟ่า เเชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย

2.เชลซี
นับตั้งแต่ปี 2003 ที่ โรมัน อับบราโมวิช เศรษฐีหนุ่มจากประเทศรัสเซีย ขนเงินมาเป็นฟ่อน เพื่อรับช่วงต่อจากเจ้าของสโมสรคนเก่า อย่าง เคน เบตส์ ซึ่งหลังจากนั้น ตำนานสิงห์ไฮโซก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งก็จริงอยู่ว่าก่อนหน้านั้น เชลซี เอง ก็ถือว่าไม่ใช่ทีมที่เล็กอะไรมากมาย เพราะพวกเขา มีนักเตะดังๆอย่าง จานฟรังโก้ โซล่า, กุสตาโว่ โปเยต์, มาร์กแซล เดอร์ไซญี่ หรือแม้แต่ จานลูก้า วิอัลลี่ แต่นั้นก็ไม่ใช่ช่วงเวลา ที่พวกเขาใช้คำว่า ผงาดได้อย่างเต็มปาก เพราะมีเพียง 3 แชมป์ระดับเมเจอร์เท่านั้น ที่สโมสรคว้ามาได้ในรอบ 50 ปี ซึ่ง โชเซ่ มูรินโญ่ ก็คือคนที่ทำให้ฝันของ “เสี่ยหมี” เป็นจริง เพราะในตอนนั้น แค่ เดอะ สเปเชี่ยลวัน ต้องการใครมาร่วมทัพ อับราโมวิช ก็พร้อมที่จะตอบสนองทุกความต้องการ นั่นจึงเป็นสาเหตุหลัก ที่เชลซีในยุคของ มูรินโญ่ หนแรก ตั้งไข่ได้สำเร็จ ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2004-05 จนกลายเป็นการช่วยให้ทีมนั้น ติดลมบน มาจวบจนถึงทุกวันนี้

3. เลสเตอร์ ซิตี้
ในรายของทีม เลสเตอร์ นั้น พวกเขาอาจจะไม่เหมือนกับทั้ง เชลซี และ แมนฯ ซิตี้ ที่ได้กล่าวมาในตอนต้น เพราะกลุ่มทุน คิง พาวเวอร์ จากประเทศไทย ไม่ได้จ่ายเงินหนัก แบบที่ไม่คิดหน้าคิดหลังเพื่อความสำเร็จ แต่พวกเขาค่อยๆแก้ไขปัญหา ที่ทำให้ เลสเตอร์ นั้น ร่อแร่อยู่ในลีกล่างมานานหลายปี จนกลับมาผงาดได้อีกครั้ง ในฤดูกาล 2015-16 ที่ทีมได้ เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือมากฝีมือชาวอิตาเลียนมาคุมทัพ พร้อมกับรับหน้าที่ ช่วยพาทีมหนีตาย ซึ่งจากราคาต่อรองของบ่อนพนันที่ถูกกฎหมาย ก็เปิดราคาให้ เลสเตอร์ เป็นแชมป์ลีกได้ที่ราคา 5,000 ต่อ 1 เลยทีเดียว เรียกได้ว่าหยามกันแบบสุดๆ ซึ่งบทสรุปในปีนั้น ทุกคนก็รู้กันดี ว่าทีมจิ้งจอกสยาม ได้ใช้ขุมกำลังราคาถูก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ คว้าแชมป์พรีเมียรืลีกครั้งประวัติศาสตร์ ไปครองได้ อย่างยิ่งใหญ่

4. ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง
หลังจากที่ทีมเมืองหลวง อย่าง เปแอสเช นั้น ต้องตกต่ำ นั่งดูทีมหน้าใหม่อย่าง โอลิมปิก ลียง คว้าแชมป์ ลีก เอิง ไปครองได้ถึง 7 สมัยติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2002-2008 สุดท้าย ก็ถึงทีของพวกเขาบ้าง เมื่อ นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ มหาเศรษฐีชาวกาตาร์ เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรไป ในปี 2011 แถมไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเขานั้น ไม่ได้ต้องการแค่ให้ เปแอสเช เป็นทีมเก่งที่สุดในประเทศเท่านั้น แต่เป้าหมายของเค้า ก็คือการเบอร์ 1 ของโลกเลยทีเดียว ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่การคุยโวจนเกินตัว เพราะไม่ว่าเค้า อยากจะได้นักเตะคนไหนมาร่วมทีม พวกเขาก็ต้องได้ ตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้วในปีนี้ หลังจากในปีที่ผ่านมา พวกเค้าเสียเเชมป์ให้กับทีม โมนาโก พวกเขาก็เลือดเข้าตา แล้วจัดหนักด้วยการคว้าตัว เนย์มาร์ และ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ มาร่วมทีม ซึ่งทั้งสองคนนี้ ก็คือเจ้าของสถิติ นักเตะที่ค่าตัวเเพงที่สุดในโลก และว่าที่นักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก กันเลยทีเดียว

——————————————————-

ติดตามเรื่อง โคโยตี้ ทีเด็ดบอล วิเคราะห์บอล ได้ที่ www.sungsunclub.com

ข่าวบอล http://goo.gl/Yog7bl
วิเคราห์บอล คืนนี้ http://goo.gl/ZMcebp
ดูบอลสด ทุกคืน Line@ @footballtonight หรือ จิ้มที่นี่ >>> http://goo.gl/PLPjaH
ชุมชนคนแทงบอล https://goo.gl/PXlh9k

 

SBOBET

Share This: