หักหลังโคโยตี้ 017 ลาละค่ะ






SEC300915 (16)

หักหลังโคโยตี้ 017 ลาละค่ะ

สมัยก่อนตอนเจ๊ทำแรกๆ อย่างที่บอกเริ่มจากการทำ10 วัน บ้าง 15 วัน บ้าง หรือรายวันก็มี

จะเล่าให้ฟังนิดนึงว่าตอนนั้นมีคนดูแล ไม่ต้องไปสมัครเอง หางานเอง อารมณ์แบบดารางี้ อยู่ทีมโมเดลลิ่ง

หรือที่ทางร้านเข้าใจเป็นอย่างดีว่า เด็กโมๆ เราก็จะรอสวยๆอยู่ที่บ้านเลย เดี๋ยวโมเดลลิ่งก็จะโทรมาบอกว่ามีงาน

ที่นี่ที่นั่น ค่าตัวเท่านั้นเท่านี้ รับเลย หรือต้องแคส แคสคือแต่งเต็มยส โชว์หน้า โชว์หุ่น ขึ้นเต้น ก่อนสรุปงาน

ก็ว่ากันไป ส่วนใหญ่ถ้าเราไม่เหนื่อยมาก เราก็จะรับทุกที่นะแบบหักลบค่ารถแล้ว ยังแบบโอเคนะ

ทำขนาดเคยมีอยู่ร้านนึง เด็กร้านเอาบุหรี่จี้เรายังทำต่อจนจบแทรค10วันเลย ไม่เคยทำให้เเสียชือโมเลยซักครั้ง

จนมีอยู่ครั้งนึง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น………

เรา: สวัสดีคะพี่

โมเดลลิ่ง: ดีจ้าาาาา มีงานสบายๆมาให้ทำ

เรา: คะพี่ ยังไงบ้างคะ?

โมเดลลิ่ง: 800 ถึงเรา700 พี่หัก100นึง ทำกี่ดื่มเข้าร้านหมด ไม่ต้องทำดื่ม ร้านนี้เค้าเพิ่งเปิด เป็นร้านเล็ก

อยากได้เด็กไว้เรียกลุกค้าสวยๆ

เรา:อยู่แถวไหนอะคะ

โมเดลลิ่ง:เหม่งจ๋ายจ๊ะ

เรา:ไกลจังคะพี่(ตอนนั้นเราอยู่พระราม3)

โมเดลลิ่ง:เดี๋ยวพี่ชวน”กันต์”ไปด้วยเราจะได้มีเพื่อนหารค่ารถ นี่เค้าเอาแค่4คนนะ พี่เห็นเราทำงานดีเลยเอางานมาให้เราก่อน

เรา:ต้องเข้าร้านกี่โมงอะพี่กลัวรถติด

โมเดลลิ่ง:5ทุ่ม

เรา:โห ….แล้วเต้นกี่โมงอะพี่

โมเดลลิ่ง:ไม่ต้องเต้น ในร้านยังไม่มีคน ร้านเพิ่งเปิด อ่อแต่ทางร้านขอท่อนบนเป็นบิกินี่นะ

เรา:ตกลงคะพี่ วางสายในใจดีใจมาก งานดีนั่งสวยๆ ดื่มก็ไม่ต้องทำ เต้นก็ไม่ต้องเต้น อ๊ายยยย เริดส์

บิกี่นี่ก็ไม่เป็นไร ใส่ประจำอยู่แล้ว ลูกค้าไม่มีจะกลัวอะไร

ร้านนี้เป็นร้านเล็กคะ เล็ก1ห้องแถว พอไปถึงเรางงมาก ว่าทำไมร้านแบบนี้ถึงจ้างโคโยตี้

อารมณ์แบบร้านคาราโอเกะพอจะนึกออกปะคะ นั่นแหละ ประมาณนั้น พอเราแต่งตัวเสร็จ ครึ่งบนบิกินี่

ครึ่งล่างขาสั้นเสมอฮี รองเท้าบู๊ท เราก็มานั่งจับกลุ่มคุยกันกลางร้านเป็นงานประจำวัน หัวค่ำต้องจับกลุ่มเม้ามอยส์

นั่งคุยทำงานมา ร้านนี้สบายสุดเนอะ เหมือนเหมาร้านนั่งคุยกันเองไรงี้ คะ ความสุขมักอยู่กับเราไม่นาน

ซักพักมีผู้จัดการร้านผู้หญิงเดินมา ผู้จัดการจริงๆคะ ก็ตั้งแต่เข้ามา เห็นตั้งแต่กวาดร้าน ล้างแก้ว ตรวจเอกสาร

ไหว้พระบลาๆ คือนาง เป็นผู้-จัด-การ-ร้าน ตัวจริงเลยนางบอกว่าออกไปยืนหน้าร้านนะ ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลัก

ถ้าเมื่อยก็เอาเก้าอี้ไปนั่งนะ นางพูดต่อ คุณเอ้ยยยย ลองจินตนาการตามนะคะ ผู้หญิง4คน ใส่ชุดบิกินี่เหมือนนั่งอยู่

ริมทะเลแต่นี่ นั่งอยู่ริมถนน ถนนก็มืด เป็นถนน2เลนส์ไฟ2ข้างทางก็มืด ไม่มีกิจการอะไรเลยซักอย่าง

คืออีเจ้าของคนนี้คงใฝ่ฝันว่าอยากเปิดเล้าจ์ไรงี้ แต่งบน้อยไง เล้าจน์เหี้ยไร กว้าง1ห้องแถว ทำเลที่ตั้งเงียบสงบ

ฝั่งตรงข้ามก็เป็นโรงแรมม่านรูด เปิดซ่องจะง่ายกว่าม้ายยยยยย นั่งไปซักพักเหงื่อก็ไหลเป็นทาง ถึงจะน้อยชิ้น

แต่ถุงน่อง บวกกับรองเท้าบู๊ทร้อนนน สุดๆ รถผ่านไป ผ่านมาก็มอง มอไซด์เด็กแว้น ผิวปากกันสนุกสนาน

ขยับตัวไปมาแก้เขิน ไอเก้าอี้เจ้ากรรมเป็นพลาสติค มีรอยแตกก็ดันไปทะเลาะกับถุงน่อง หนีบกันไป มา ขาด!!!

นั่งไปซักพักเจ๊นี้ลุกขึ้นเลย กลับบ้าน? ป่าว เดินเข้าร้าน ไปห้องน้ำ ไปดูดบุหรี่ คลายเครียดอารมณ์ตอนนั้นเหมือน

โดนผัวเอา แล้วแม่งเสร็จของมันอยู่คนเดียว ยังไง ยังงั้น หงุดหงิดสุดๆ เสร็จแล้วเดินตรงรี่ไปเค้าเตอร์เลย

ไปหายายคนนั้น แล้วถามเลยว่า พี่มีกระดาษอะไรปะคะ หนูจะเอาไปใช้แทนพัด หนูร้อน555+

แล้วก็ถามต่อว่า พวกหนูเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับได้กี่โมงคะ?(คือตอนนี้กูเร่งเวลาอยากกลับแล้วไง) ผจก บอกว่าตี 4!!!

ออกมานั่งต่อ สถานการณ์เริ่มไม่ดี เริ่มเครียด เริ่มคุยกันแหละ ว่าจะเอาไงกันดี จะทนต่อไม๊ นั่งคิดถึงคำพูดโมเดลลิ่ง

ร้านเล็ก อย่าเรียกว่าร้านเล็กเลย เรียกร้านลาบดีกว่า ไม่ต้องทำดื่ม แต่ไม่บอกว่าต้องทำใจขนาดนี้

นั่งเรียกลูกค้าสวยๆ แต่ไม่ได้บอกว่า ร้อน ใส่บิกี่นี่ และนั่งเรียกริมถนน เข้างานช้า สบายๆ5ทุ่ม แต่ไม่บอกว่าเลิกตี4

นั่งคุยกันไป ประเมินกันไป จะเหลือดี ก็ตรงไม่ต้องเต้น ไม่ทันขาดคำผจก เดินมา บอก”เดี๋ยวเที่ยงคืน เต้นด้วยนะ เต้น

หน้าร้านนี่แหละ เดี๋ยวจะเปิดประตูร้านให้ได้ยินเสียงเพลง ” ดีออกกกกก เออกูผิดเองแหละ ไม่ต้องเต้น (ในร้าน)

ลาละค่ะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เมษายน 01, 2015,

Share This: